11.8.52


RSS หรือ Really Simple Syndication เป็นบริการใหม่บนเว็บไซต์ภาษา XML ใช้สำหรับดึงข่าวจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บเพจ โดยนำมาเฉพาะหัวข้อข่าว เมื่อผู้ใช้คลิกลิงค์ก็จะแสดงรายละเอียดข่าวในเว็บต้นฉบับนั้นๆ โดยที่หัวข้อข่าวจะอัปเดทตามเว็บต้นทาง ซึ่งการดึงหัวข้อข่าวไปแสดงนั้นจะมีส่วนประกอบทั้งหมดสามส่วนคือส่วนผู้ให้บริการดึงข่าว และส่วนผู้สร้างเว็บไซต์ใช้ทั่วไปที่ต้องการดึงข่าวไปแสดง และส่วนผู้ใช้ทั่วไป


RSS ช่วยลดข้อจำกัดในการคัดลอกข้อมูลในเว็บไซต์โดยเฉพาะกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ ขณะที่ผู้สร้างไม่ต้องเสียเวลาทำหน้าเพจแสดงข่าว ซึ่งต้องทำทุกครั้งเมื่อต้องการเพิ่มข่าว โดย RSS จะดึงข่าวมาอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลบนเว็บไซต์เป็นศูนย์กลางมากขึ้น


ปัจจุบัน RSS ถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นรูปแบบกลางในการบริการข้อมูลทางธุรกิจ และมีการแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการแชร์ข้อมูล เช่นเว็บไซต์ข่าว เว็บบล็อก ซึ่งจะมีการแสดงข้อมูลบนหน้าต่างพรีวิวแยกต่างหากเพื่อให้ผู้ใช้ไม่สับสน รวมถึงสามารถสืบค้นข้อมูลได้


จุดเด่นของ RSS คือผู้ใช้จะไม่จำเป็นต้องเข้าไปตามเว็บไซต์ต่างๆเพื่อดูว่ามีข้อมูลอัปเดทใหม่หรือไม่ ขณะที่เว็บไซต์แต่ละแห่งอาจมีระยะความถี่ในการอัปเดทไม่เท่ากัน บางครั้งผู้ใช้ยังอาจหลงลืมจนเข้าไปดูเนื้อหาอัปเดทใหม่บนเว็บไม่ครบถ้วน รูปแบบ RSS จะช่วยให้ผู้สามารถรับข่าวสารอัปเดทใหม่ได้โดยไม่ต้องเข้าไปดูทุกครั้งให้เสียเวลา ได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้บริโภคและฝ่ายเจ้าของเว็บไซต์



Credit: http://www.arip.co.th/2006/rss.php

RSS Feeds

สัญญาครีเอทีฟคอมมอนส์ในภาษาไทย : นวัตกรรมสำหรับปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาบน Blog

( http://creativecommons.org/choose/?lang=th )


Creative Commons (CC) เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งโดย ลอว์เรนซ์ เลสสิก ปัจจุบันบริหารงานโดย โจอิจิ อิโต (จอย อิโต) โดยได้ริเริ่มโครงการ Creative Commons International (CCi) ขึ้น เพื่อให้มีการจัดการกฎหมายคอมพิวเตอร์ให้สอดคล้องกับกฎหมายประเทศนั้น สำหรับไทยเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 51 (ปัจจุบันมี 51 ประเทศและอีก 8 ประเทศกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ)

ครีเอทีฟคอมมอนส์ (CC) คือ ชุดของสัญญาอนุญาต(ให้ใช้งาน)แบบเปิดกว้าง มีขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เกิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาที่ถูกต้องในโลกไซเบอร์ สำหรับในภาษาไทยนั้น จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือของ สำนักกฎหมายธรรมนิติ สถาบัน ChangeFusion และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT) รองรับตามหลักเกณฑ์ครีเอทีฟคอมมอนส์ รุ่น 3.0 และปรับให้เข้ากับกฎหมายลิขสิทธิ์ของไทย ดังนั้นจึงสามารถใช้บังคับได้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้ประกาศเปิดตัวเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา


ครีเอทีฟคอมมอนส์ (CC) มี 4 ประเภท คือ

1. BY (Attribution by)

: ผู้นำไปใช้ต้องแสดงที่มา แต่สามารถจะทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง ดัดแปลง และนำเสนอได้

2. NC (Non-Commercial)

: ผู้นำไปใช้สามารถจะทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง ดัดแปลง และนำเสนอได้ เฉพาะกรณีไม่ใช่เพื่อการค้า

3. ND (No Derivative)

: ผู้นำไปใช้สามารถจะทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง และนำเสนอได้ แต่ห้ามดัดแปลง

4. SA (Share Alike)

: ผู้นำไปใช้สามารถจะทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง ดัดแปลง นำเสนอ และแจกจ่ายงานดัดแปลงได้ แต่งานนั้นจะต้องติด CC รูปแบบเดียวกันกับงานต้นฉบับ


ครีเอทีฟคอมมอนส์ (CC) นำไปใช้ได้ 6 รูปแบบ คือ

1. CC – BY

2. CC – BY – NC

3. CC – BY – NC – ND

4. CC – BY – NC – SA

5. CC – BY – ND

6. CC – BY – SA

++ World Update ++